|
กำเนิดพระภูมิ...เจ้าที่
ตามตำนานในคำภีร์พรมจุติได้กล่าวไว้ว่า...
ได้มีจอมกษัตริย์นามว่า "ท้าวทศราช" บ้างทีก็เรียกว่า "ท้าวโสกราช"
ส่วนทางภาคอีสานนั้นมักจะเรียกว่า "ท้าวสกราช" ซึ่งก็คงจะเพี้ยนคำมาจากโสกราช
อีกนานหนึ่งก็เรียกว่า "ท้าวการทัตต์" (ผู้ซึ่งเป็นกษัตริย์ครอง
กรุงพาลี หรือกรุงพลีก็เรียก ตามแต่ความเป็นมาของความเชื่อในแต่ละภาค
ซึ่งก็อาจจะมีย่อยออกไปบ้าง หากแต่ใจความก็ละม้ายคลายกันทั้งนั้น
เนื่องมาจากตำราฉบับเดียวกัน เพียงเพี้ยนออกไปตามประเพณีพื้นบ้าน
ซึ่งหากจะเป็นพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวใน
"นารายณ์สิบปาง" ก็จะกล่าวถึงพระภูมิ ผู้เป็นเจ้าของพระภูมิ
ผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเอาไว้ว่า...
ท้าวทศราชเจ้ากรุงพาลี หรือเรียกกันว่า ท้าวพลีก็เรียก เป็นปางที่
5 ของนารายณ์สิบปาง มีใจความโดยย่อดังต่อไปนี้
"มียักษ์ตนหนึ่งชื่อ "พลี" ถูกเทวดาฆ่าตายใจสงครามกวนน้ำทิพย์พวกพ้องจึงนำศพไปให้พราหมณ์
"ภาร์ควะ" ชุบชีวิตให้กลับฟื้นคืนมาใหม่ แล้วตบะกิจทำพิธืจนเรืองฤทธิ์
จากนั้นก็ได้ยกทัพไปแก้แค้นพระอินทร์ ผู้เป็นหัวหน้าเทพทั้งหลาย
จนท้าวพลีได้รับชัยชนะเป็นผู้เข้าครองโลกทั้ง 3 คือ สวรรค์ มนุษย์
และบาดาล อยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งเทวดาพากันไปอัญเชิญพระนารายณ์
มาปราบจึงได้แผ่นดินคืนมา ส่วนท้าวพลีก็ได้ถูกลงโทษให้ไปอยู่ในโลกบาดาล
ท้าวพลีจึงได้ทูลอ้อนวอนขอประทานอภัยโทษจากพระนารายณ์ พระองค์จึงโปรดยกโทษ
และประทานให้ไปครองแดน "สตุล" คือภาคสูงสุดของเมืองบาดาล
ดังตอนหนึ่งในโคลง 4 ในพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 ว่า
ขุนมารจงย้าย อยู่พลัน
ไปอยู่แดนสตุล เขตแคว้น
เจ้าจงครอบครองขัณฑ์ ทรงราชย์
เป็นสุขสนุกแม้น แดนสรวง
แล้วองค์พระนารายณ์ก็ยังทรงโปรดประทานพรแก่ท้าวพลีที่จะไปครองเมื่องสุตลด้วยว่า
ยามดีจะมอมให้ ครองสรวง
เป็นที่พระอินทร์เอก ขะคร้าว
เสพทัพยะสุธปวง สมปรารถนาแฮ
เป็นใหญ่โนภพด้าว สามแดน
จากโครงบาทท้าย "เป็นใหญ่ในภพด้าวสามแนดน" นั้น
|