|
พระภูมิ สื่อ...รำลึกในบุญคุณและกตัญญูต่อผืนแผ่นดิน
ขั้นตอนการตั้งศาลพระภูมิ
พระพรหม พราหมณ์ขจร นาคะเวทิน จากกองพระราชพิธี่ สำนักพระราชวัง
กล่าวถึงวิธีการตั้งศาลว่า การตั้งศาลพระภูมิกับพระพรหมมีขั้นตอนเหมือนกัน
แต่จะมีข้อแตกต่างที่สำคัญประการเดียวคือ บทสวด เนื่องจากพระพรหมเป็นเทพชั้นสูงกว่าพระภูมิ
บทสวดต้องเป็นบทพระเวทย์สวดทั้ง 4 ทิศ ส่วนพระภูมิใช้บทสวดแบบบวงสรวงข้างศาลด้านเดียว
ซึ่งขั้นต้อนการตั้งศาลดังกว่ามี 5 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนแรก จุดธูปบวงสรวงบูชาฤกษ์ เพื่อขอที่ประดิษฐาน
ชั้นที่ 2 เมื่อได้เวลาฤกษ์ จึงอัญเชิญพระภูมิหรือพระพรหมขึ้นประดิษฐาน
ชั้นที่ 3 ถวายข้าทาสบริวาร ดอกไม้ แจกัน เชิงเทียน ปิดทอง
ผูกผ้า และบวงสรวง เพื่อขออำนาจบารมีจาก ท่าน พิทักษ์รักษากิจการการค้า
ชั้นที่ 4 เจ้าภาพจุดธูปอธิษฐานขอพรอีกครั้ง
ชั้นที่ 5 พราหมณ์โปรยข้าตอกดอกไม้เป็นอันเสร็จพิธื
"ในพิธีกรรมการตั้งศาล โดยเฉพาะศาลพระพรหม ควรจะกระทำพิธีให้ครบสูตร
อาทิ มีของคาวสำหรับเจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขา ตามสภาพแวดล้อมในพิธีกรรมนั้น
เพื่อให้เจ้าที่ เจ้าป่า รายรอบบริเวณสถานที่ตั้งศาลนั้น เข้าร่วมชุมนุม
และอัญเชิญพระพรหมมาสถิตภายในศาลให้บารมีของท่านคุ้มครอง"
พระภูมิกับคนไทย
หากจะพูดถึงคนไทยเราแล้วมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แสดงออกให้เห็นถึงความเป็นคนไทยแท้
ชนิดที่เรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ร้อยไปเซ็ง ดังคำที่มาพูดเล่นกันอย่างสนุกสนานให้ขบขันนะ
แต่ถ้าจะมองกันลงไปในคำพูดที่ชอบนำมาล้อเล่นนี้ ก็จะเห็นว่าคนไทยเป็นคนอารมณ์ดี
ขี้เล่น ซึ่งก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นไทยแท้เช่นกัน
จนบางอย่างคนไทยก็ถือว่าเป็น เรื่องเล่น ๆ สนุกไปเสีย แขกไป
ไทยมา เรื่องสนุกหรือไม่สนุก รู้จักหรือไม่รู้จัก คนไทยเราก็ยิ้มรับได้
ตลอดเวลาละ ยิ้มกันเข้าไว้ก่อน จนกระทั่งได้สมญานามว่า สยามเมืองยิ้ม
มาเป็นเวลาช้านานมาแล้ว... ก็ด้วยเหตุผลเหล่านี้
พอมาถึงทุกวันนี้รÍยยิ้มที่กว้างขวางก็ชักจะเริ่มแคบลงจากยิ้มที่เบิกบานก็กลายเป็นเหี่ยวแห้งลงทุกวัน.
คิ้งที่โก่งดังดันศรของพระรามก็หันเข้าชนอยู่ชิดติดกันจนมองดูว่ามีลูกศรตรงกลางคัน
ที่พร้อมจะยิงออกไปทุกเมื่อ นี่แหละคนไทยในวันนี้ นั่นก็อาจจะเป็นด้วยสาเหตุว่า
มีความใหม่ ที่หลากหลายและหลั่งไหล ทะลักทะลวงจากโลกตะวันตกเข้ามายังแดนสยามกระมัง
|