<<back 1 2 3 4 5 6 7 next>>
   
ทั้งหมดที่เรียกมานี้... ที่แท้จริงแล้วหากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือ หมดสูตร (ผู้รู้ ที่อาจจะพราหมณ์ และฆราวาส) ก็จะเรียกกันเอาอย่างง่าย ๆ นี้เพราะแทบจะไม่มีใครรู้จักนามจริงของพระภูมิเท่าใดนัก อาจจะเป็นด้วยเหตุว่าชื่อเรียกยาก และยาวเกินไป จึงหันมาเรียกเอาสถานที่ที่พระภูมิสิงสถิตอยู่เป็นหลักในการจำก็เป็นอันว่ารู้กัน รวมถึงการตระเตรียมเครื่องสังเวย ก็จะแยกออกไปตามแต่ละองค์ ได้อย่างถูกต้อง และง่ายขึ้นด้วย

แล้วคุณผู้อ่านเคยสงสัยบ้างหรือเปล่าว่า ทำไมพระภูมิ ที่บอกว่าเป็นเจ้าของแผ่นดินนั้น จึงต้องระเห็จมาอยู่บนศาล แทนที่จะเป็นบ้าน หรือวัง ที่โอ่อ่าตามฐานะของตน ในมื่อเป็นถึงเจ้ากรุง เจ้าเมือง สงสัยมั้ย ?

ทำไม "พระภูมิ" ต้องอยู่ศาล...ไม่อยู่บ้าน

จากคำถามที่ว่า ทำไม "พระภูมิ" ต้องอยู่ศาล...ไม่อยู่บ้าน แล้วที่เรากราบไหว้นั้น... ทำไมเราไม่เรียกว่า บ้านพระภูมิเจ้าที่แต่กลับเรียกว่าศาล ? คำถามยังมีอีกมากมายที่ผู้เขียนยกมากล่าวในที่นี้ได้ไม่หมด.. และเชื่อว่าคุณผู้อ่านเองก็มีคำถามของตัวเองเอาไว้แล้วแต่ละท่าน ตั้งคำถามและคำบอกเล่าที่เห็นตำนานและคัมภีร์พรหมจุติ ก็ได้กล่าวถึงสาเหตุที่พระภูมิอยู่ศาลเอาไว้ว่า

เมื่อท้าวทศราชแห่งกรุงพาลีได้ส่งโอรสทั้ง 9 องค์ ออกไปปกครองแผ่นดินตามสถานที่ต่าง ๆดังแต่พระองค์ถนัดแล้ว ตัวของท้าวทศราชเจ้ากรุงพาลีเองก็ให้สบายอกสบายใจอิ่มเอมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่ต้องทำอะไรต่อมิอะไรมากมายดังเมื่อก่อนมา ให้รู้สึกเมื่อยอกเมื่อใจอีกแล้ว นอกจากการแสดงออกถึงการมีอำนาจที่มีมากขึ้นกว่าเดิม เพราะได้บารมีของพระโอรสทั้ง 9 องค์ มาช่วยเสริมให้กล้าแกร่ง และแผ่กระจายวงกว้างยิ่งขึ้น

จากนั้น ท้าวทศราชก็เริ่มแสดงถึงอำนาจที่ตนให้รุกคืบออกไปทุกทิศทุกทางตามแต่ตนต้องการโดยบางอย่างก็ต้องอาศัยแรงจากความพระปรีชาสามารถของโอรส อย่างเช่นเมื่อพระองค์ต้องการสิ่งใดในเขตของโอรสองค์ใด ท้าวทศราชก็จะต้องให้โอรสองค์ที่ปกตรองอยู่ที่นั้นเป็นผู้ออกคำสั่งอีกต่อหนุ่งโดยให้ชาวบ้านเมืองในแถบพื้นที่นั้นนำข้าวของและท้าวทศราชการมาถวายกับพระภูมิ (พระโอรส) แล้วพระภูมิเองก็จะนำขึ้นถวายพระบิดาอีกคราหนุ่ง บอกอย่างนี้บางท่านอาจจะนึกภาพไม่ค่อยจะออก ลักษณะที่ท้าวทศราชดึงอำนาจเข้าสู่ตนเองแม้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คือ...

เมื่อเจ้ากรุงพาลีอยากเสวยปลาก็ต้องออกคำสั่งไปที่ พระธาตุธารา(บางตำราจะเขียนว่า ธาษ) ผู้ปกครองแถบคลอง หนองบึง ให้รับคำสั่งไปสั่งต่ออีกทอดหนึ่งกับประชาชนที่พรธาราปกครองอยู่เพื่อทำตามความต้องการของผู้เป็นบิดา และจะเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยมา ตลอดทั้งโอรส 9 องค์

แม้ว่าบางครั้งโอรสจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของพระบิดาก็ตามแต่ก็ต้องจำใจทำลงไป ด้วยสายสัมพันธ์ฉันพ่อลูก แม้จะทราบดีว่าบางคราวก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง... ทำให้ผู้คนภายใต้การปกครองของพระองค์ต้องเดือนร้อน เพราะการกระทำกรรมเบียดเบียนริษยาของเจ้ากรุงพาลี

ไม่เพียงแต่แสดงอวดอ้างและวางอำนาจเท่านั้น เจ้ากรุงพาลียัง มุสาวาทแก่นรชนทั้งหลายตลอดมา ไม่มีความแน่นอนใจคำดำรัสและดำริเลยสักครั้ง(แหม...ฟังดูแล้วก็ช่างเหมือนผู้นำยุคเงินบาทลอยตัวเสียจริง ๆ สงสัยใครที่ขึ้นมาเป็ฯผู้นำเขาคงจะสืบทอนกันเน๊าะ คุณผู้อ่าน)

สำหรับท้าวทศราชเจ้ากรุงพาลีแล้ว เล่นหนักกว่าผู้นำบ้านเราเอีก เพราะเล่นกับใครไม่เล่น ดันไปโกหกกับประชาชนทุกสารทิศว่า

พระพุทธเจ้าจะให้พรแก่พระองค์แล้วก็มิได้ให้ดั่งคำที่บอก ซึ่งจากคำพูดเช่นนั้นก็ส่อให้เห็นแล้วว่า นิสัยของเจ้ากรุงพาลีเป็นเช่นไร และความตั้งใจจริงก็คือ ต้องการจะให้ชาวบ้าน-ชาวเมือง ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ ให้เกิดอาการระส่ำระสาย เกิดความไม่เชื่อถือ เพื่อหันกลับมานับถือตนแทนนั่นเอง

การพูดจากของเจ้ากรุงพาลีไม่ใช่บางครั้งบางคราว หรือจบสิ้นลงเท่านี้ เพราะทุกครั้งที่ทำการแผ่อำนาจอันไม่ถูกต้องของตนเองไป ท้าวทศราชจะพูดกล่าวหาว่าร้ายให้กับองค์พระพุทธเจ้าอยู่เนือง ๆ จนแผ่ขยายวงกว้างออกไปอย่างทั่วถึง

เมื่อพระพุทธเจ้าทงราบเรื่องว่า ท้าวทศราชแห่งกรุงพาลี เต็มไปด้วยการเบียดเบียน และมีความอิจฉาริษยาอยู่ในกมลสันดาน พระพุทธองค์จึงได้เสด็จ เยือนกรุงพาลี และทรงเข้าพบท้าวทศราช แล้วพระพุทธองค์ได้ทรงขอพื้นที่ (พื้นดิน) จากท้าวทศราชเพียงสามก้าวของพระองค์เท่านั้นเพื่อเป็นที่พักอาศัย

ส่วนทางด้านท้าวทศราชก็ให้นึกกระหยิ่มในใจ ลิงโลดเป็นล้นพ้นที่คนอย่างตนมีอำนาจมากกว่าพระพุทธเจ้า โดยเข้าใจว่าตนเองนั้นเป็นต่อ ที่พระพุทธเจ้าทรงเกรงกลัวต่ออำนาจ ของตน "กลัว" ถึงขนาดที่ไม่มีที่อยู่อาศัย จนต้องรีบบากหน้ามาขอที่เอาไว้เพื่อเป็นที่อยู่ที่พัก

ดังนั้น ท้าวทศราชแห่งกรุงพาลีจึงพินิจคำขอของพระพุทธองค์ แล้วลงความเห็นว่าเป็นเนื้อที่น้อยนิดแค่เพียงสามก้าวเท่านั้น ไม่ได้มากมายนักและด้วยความที่หลงใหลในอำนาจว่ามีคนมาขอพึ่งบุญ และคิดไปว่าเมื่อให้ที่อยู่พระพุทธองค์แล้ว ชาวประชาและเทพยดาทั้งหลายที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธองค์ จะได้เห็นว่าตนมีซึ่งอำนาจมากกว่าพระพุทธเจ้าถึงขนาดต้องเป็นเจ้าแผ่นดินแก่พระพุทธเจ้าไปด้วย หากว่าตนให้ที่อยู่แก่พระพุทธองค์ตามคำขอ ท้าวกรุงพาลีจึงได้ตอบตกลงยกที่ดินสามก้าวให้ตามที่พระพุทธองค์ทรงขอด้วยยิ้มภาคภูมิใจ

  <<back 1 2 3 4 5 6 7 next>>